การขอผ่อนผันการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ปีการศึกษา 2569 (ตรวจเลือก ปี ๒๕๗๐)
![]()
- สถานศึกษาของรัฐ: ผ่อนผันให้ผู้ศึกษาเพื่อรับปริญญา หรือระดับที่ต่ำกว่า (เช่น ปวส.) หากเป็นสถานศึกษาที่เปิดแบบตลาดวิชา (เช่น รามคำแหง/สุโขทัยธรรมาธิราช) ต้องมีผลการเรียนไม่น้อยกว่า ๙ หน่วยกิตต่อภาคการศึกษา
- สถานศึกษาเอกชน: ผ่อนผันให้ผู้ศึกษาในระดับปริญญาหรือต่ำกว่าปริญญาตรี
- สิทธิผ่อนผัน: ผ่อนผันให้จนกว่าจะสำเร็จการศึกษา หรือจนอายุครบ ๒๖ ปีบริบูรณ์
- ข้อปฏิบัติ: นิสิต/นักศึกษาต้องแจ้งความจำนงค์ต่อมหาวิทยาลัยเพื่อจำทำหนังสือขอผ่อนผัน ส่งไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัด/สัสดีจังหวัด ภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งนิสิตของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยจะต้องนำหนังสือจากมหาวิทยาลัยไปดำเนินการด้วยตนเอง เพื่อป้องกันความผิดพลาด อันเนื่องจากเป็นเรื่องที่สำคัญ
สำหรับการขอผ่อนผันการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหากองประจำการ ปีการศึกษา ๒๕๖๙ (ตรวจเลือก ปี ๒๕๗๐) นิสิตชาย ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่ไม่ได้เรียนวิชาทหารและมีอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ แต่ไม่อายุเกิน ๒๖ ปี หรือเกิดปี พ.ศ. ๒๕๔๓ – ๒๕๔๙ ประสงค์ขอใช้สิทธิการขอผ่อนผันการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ ให้แนบเอกสารในการขอผ่อนผัน ฯ ดังต่อไปนี้
๑ สำเนาใบสำคัญทหารกองเกิน (สด.๙) จำนวน ๒ ฉบับ
๒ สำเนาหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร (สด.๓๕) จำนวน ๒ ฉบับ
๓ ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี) จำนวน ๒ ฉบับ
๔ สำเนาทะเบียนบ้าน (เฉพาะหน้าที่มีชื่อนิสิต) จำนวน ๒ ฉบับ
๕ สำเนาบัตรประชาชนนิสิต จำนวน ๒ ฉบับ
๖ สำเนาบัตรประจำตัวนิสิต จำนวน ๒ ฉบับ
๗ หนังสือรับรองการเป็นนิสิตตัวจริง (ติดภาพถ่ายนิสิต ให้ขอจากคณะ หรือสำนักทะเบียนฯ) จำนวน ๑ ฉบับ
หมายเหตุ ทุกรายการลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
ยื่นคำร้องที่ กองกิจการนิสิต อาคารเรียนรวม ชั้น 3 ห้อง A300 ตั้งแต่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๙ ในวันและเวลาราชการ
หมายเหตุ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่นิสิต เจ้าหน้าที่จะออกหนังสือนำ เมื่อนิสิตได้รับเอกสารแล้ว ให้นำหนังสือส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดด้วยตนเอง หรือส่งเอกสารตามที่ได้จ่าหน้าซองไว้ให้ หรือนำหนังสือไปดำเนินการติดต่อสัสดีอำเภอที่ตนได้รับหมายเรียก ทั้งนี้ นิสิตต้องรีบดำเนินการตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ทันระยะเวลาการขอผ่อนผันฯ
-นิสิตวิทยาเขต วิทยาลัยสงฆ์ ให้ติดต่อสถานศึกษาที่ตนเองเรียน..และดำเนินการได้ที่นั้นๆ
- การรายงานตัว: แม้จะขอผ่อนผันแล้ว แต่ยังคงต้องไปรายงานตัวต่อคณะกรรมการตรวจเลือก (ในวันเกณฑ์ทหาร) ทุกปี
- การย้ายที่เรียน: หากย้ายสถานศึกษา ต้องดำเนินการเรื่องการขอผ่อนผันใหม่
ดาวน์ใบคำร้อง..คลิกที่ภาพด้านล่าง หรือไฟล์ด้านล่าง
ข้อความทราบเพิ่มเติม
การยกเว้น มี ๒ ประเภท คือ
๑. ยกเว้นไม่ต้องเข้ารับราชการกองประจำการ (ยกเว้นให้ตลอดไป) คือ
๑.๑ พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์ หรือที่เป็นเปรียญและนักบวชในพระพุทธศาสนาแห่งนิกายจีนหรือ ญวนที่มีสมณศักดิ์
พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์ หมายถึง ยศของพระ เช่น เป็นพระครู พระชั้นเทพหรือชั้นธรรม เป็นต้น
ส่วนตำแหน่งของพระ เช่น เป็นเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ อย่างนี้เป็นตำแหน่ง ไม่ใช่สมณศักดิ์ จึงไม่ได้รับการยกเว้น
พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์อาจไม่มีตำแหน่งก็ได้
พระภิกษุที่เป็นเปรียญ หมายถึง การศึกษาของพระ เช่น เป็นเปรียญตั้งแต่ ๓ ประโยค ถึง ๙ ประโยค
นักบวชในพระพุทธศาสนาแห่งนิกายจีนหรือญวนที่มีสมณศักดิ์นั้น หมายถึง ผู้ที่บวชในพระพุทธศาสนาเหมือนกัน ต่างกันที่ถือตามนิกายของจีนกับของญวน นักบวชในพระพุทธศาสนาแห่งนิกายจีนหรือญวน ต้องมีสมณศักดิ์ด้วย จึงจะได้รับการยกเว้น
๑.๒ คนพิการทุพพลภาพซึ่งไม่สามารถเป็นทหารได้
๒. ยกเว้นไม่เรียกมาเข้ารับการตรวจเลือกในยามปกติ คือ
๒.๑ พระภิกษุสามเณรซึ่งเป็นนักธรรม
พระภิกษุสามเณรซึ่งเป็นนักธรรม หมายถึง ผู้ที่จบนักธรรมตรี นักธรรมโท และนักธรรมเอก เมื่อยื่นเรื่องขอยกเว้นและได้รับการยกเว้นแล้ว ไม่ต้องไปแสดงตนเข้ารับการตรวจเลือกฯ ถ้ายื่นไม่ทันก่อนการตรวจเลือก จะนำหลักฐานไปยื่นขอรับการยกเว้นต่อคณะกรรมการตรวจเลือกในวันทำการตรวจเลือกก็ได้ หลักฐานที่ต้องนำไปยื่นต่อนายอำเภอเพื่อขอยกเว้น ได้แก่
– ประกาศนียบัตรจบนักธรรม
– ใบสำคัญ(แบบ สด.๙)
– หมายเรียก(แบบ สด.๓๕)
– หนังสือรับรองของเจ้าอาวาส
– หนังสือสุทธิ
๒.๒ ผู้อยู่ในระหว่างการฝึกวิชาทหาร (ยังไม่จบ รด.ปี ๓)
การขอยกเว้นให้สถานศึกษาจัดทำบัญชีผู้ซึ่งอยู่ในกำหนดต้องเรียกมาตรวจเลือกฯ ส่ง สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และ นรด. ภายในเดือนตุลาคมของทุกปี หลักฐานเป็นหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมจะแจ้งไปยังจังหวัดภูมิลำเนาทหารของผู้นั้น ให้จัดการยกเว้นให้ แล้วผู้นั้นไม่ต้องไปเข้ารับการตรวจเลือก
๒.๓ ครูในสถานศึกษา
ครูซึ่งประจำทำการสอนหนังสือหรือวิชาการต่าง ๆ ที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น รวมถึงครูอัตราจ้างด้วย แต่ครูไม่ได้รับการยกเว้นทุกคน ครูที่จะมีสิทธิได้รับการยกเว้นจะต้องเข้าลักษณะตามที่กำหนด ดังนี้
เป็นครูประจำทำการสอนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษา ไม่น้อยกว่า ๑๕ คนเป็นปกติและในจำนวนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ คนนี้ ยกเว้นครูได้คนเดียว หรือเป็นครูสอนประจำเฉพาะวิชาซึ่งทำการสอนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ คนเป็นปกติ และในจำนวนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ คนนี้ ก็ยกเว้นครูได้คนเดียวเช่นกัน
มีเวลาสอนสัปดาห์ละไม่น้อยกว่า ๑๘ ชั่วโมง สำหรับครูซึ่งประจำทำการสอนในสถานศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาลงมา หรือไม่น้อยกว่า ๑๕ ชั่วโมง สำหรับครูซึ่งประจำทำการสอนในสถานศึกษาระดับสูงกว่ามัธยมศึกษา
วิธีการยกเว้นครู
ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องส่งรายชื่อครูซึ่งจะได้รับการยกเว้นไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งครูผู้นั้นทำการสอนอยู่ในท้องที่ก่อนเดือนเมษายนของปีที่ถูกเรียกไม่น้อยกว่าหกสิบวัน เว้นแต่กรณีการย้ายไปประจำทำการสอนในสถานศึกษาอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในใบสำคัญยกเว้นครู ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องส่งรายชื่อครูที่ย้ายมาประจำทำการสอนซึ่งจะได้รับ การยกเว้นน้อยกว่าหกสิบวันได้ แต่ต้องก่อนการตรวจเลือกในจังหวัดที่เป็นภูมิลำเนาทหารของครูผู้นั้น
ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้ออกใบสำคัญ ยกเว้นครูให้แก่ครูซึ่งทำการสอนอยู่ในท้องที่ แล้วแจ้งให้ผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอท้องที่ที่เป็น ภูมิลำเนาทหารของครูผู้นั้นทราบ ถ้าครูผู้นั้นมีภูมิลำเนาทหารอยู่ในท้องที่จังหวัดอื่น ต้องแจ้งให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องที่ที่เป็นภูมิลำเนาทหารของครูผู้นั้นทราบ แล้วให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับแจ้งแจ้งให้ผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอท้องที่ที่เป็นภูมิลำเนาทหารของครูผู้นั้นทราบอีกต่อหนึ่ง ทั้งนี้ให้แจ้งต่อกันภายในกำหนด ๓๐ วัน
๒.๔ ผู้ได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ
เป็นบุคคลที่ได้แปลงสัญชาติเป็นคนไทยตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะทราบว่าเป็นบุคคลประเภทนี้ตั้งแต่ไปแสดงตนขอลงบัญชีทหารกองเกินแล้ว จะจัดการยกเว้นให้ทันทีโดยตัวไม่ต้อง ขอยกเว้นอีก
๒.๕ บุคคลซึ่งได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกครั้งเดียวตั้งแต่ ๑๐ ปีขึ้นไปหรือเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำ พิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหลายครั้งรวมกันตั้งแต่ ๑๐ ปีขึ้นไปหรือเคยถูกศาลพิพากษาให้กักกัน
- สิ้นสุดเมื่ออายุ 30 ปี: เมื่ออายุครบ 30 ปีบริบูรณ์ จะถูกปลดเป็นทหารกองหนุนโดยปริยายตาม พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 [1]
- กรณีลาสิกขา: หากลาสิกขาออกมาก่อนอายุ 30 ปีบริบูรณ์ จะต้องไปแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่ภายใน 30 วัน และต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหารตามกฎหมายปกติ [1]




