มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

มหาจุฬาฯ จับมือกับ สถาบันพระปกเกล้า “ผสานพลังคลังสมองชาติ–พุทธสันติวิธี”

24

Loading

 

(MOU) ระหว่างสถาบันพระปกเกล้า กับ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.)

เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. ณ ห้องภูวนาทประชาธิปก ชั้น 5 สถาบันพระปกเกล้า
          พิธีลงนามแผนปฏิบัติการความร่วมมือทางวิชาการภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสถาบันพระปกเกล้ากับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) โดยมีพระพรหมวัชรธีราจารย์ ศาสตราจารย์ ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และรองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า พร้อมด้วยผู้บริหารทั้งสองสถาบัน โดยมีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และรองประธานสถาบันพระปกเกล้า เป็นต้น รวมถึงผู้มีเกียรติเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
            รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวในถ้อยแถลงว่า สถาบันพระปกเกล้าทำหน้าที่เป็น “คลังสมองของชาติ (Think Tank) ด้านนิติบัญญัติ” โดยมุ่งพัฒนาองค์ความรู้ สร้างผู้นำ และให้คำปรึกษาเชิงลึกแก่รัฐสภาและบุคลากรทางการเมือง เพื่อยกระดับคุณภาพการออกกฎหมายและการบริหารจัดการภาครัฐให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
        การลงนามแผนปฏิบัติการความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นการสานต่อความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสองสถาบันที่มีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การลงนาม MOU เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2556 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย การฝึกอบรม และกิจกรรมทางวิชาการด้านสันติศึกษาและการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทอย่างเป็นรูปธรรม
  เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าย้ำว่า ความร่วมมือครั้งนี้มิใช่เพียงเชิงพิธีการ แต่เป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมในการส่งเสริมการจัดการศึกษา การวิจัย และกิจกรรมทางวิชาการในมิติต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล และสันติวิธีให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนในสังคมไทย

 

           พระพรหมวัชรธีราจารย์ ศาสตราจารย์ ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการความรู้ทางพระพุทธศาสนา พุทธสันติวิธี และสันติศึกษา เข้ากับศาสตร์ด้านนโยบายสาธารณะ นิติบัญญัติ และการบริหารเชิงกลยุทธ์ ซึ่งจะช่วยพัฒนาผู้นำที่มีทั้งปัญญา คุณธรรม และความสามารถในการจัดการความขัดแย้งอย่างสันติ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาทางพระพุทธศาสนา มุ่งผลิตบัณฑิตและนักวิชาการที่มีความรู้คู่คุณธรรม โดยเฉพาะด้านสันติศึกษา การจัดการความขัดแย้ง และสตินวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของสถาบันพระปกเกล้าในการพัฒนาผู้นำสาธารณะและเสริมสร้างประชาธิปไตยเชิงคุณธรรม
          อธิการบดี มจร. แสดงความเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือภายใต้แผนปฏิบัติการครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงศักยภาพทางวิชาการของทั้งสองสถาบัน และก่อให้เกิดองค์ความรู้เชิงบูรณาการที่สามารถนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเชิงโครงสร้างของสังคมได้อย่างยั่งยืน
ยกระดับหลักสูตร “4ส” นวัตกรรมการศึกษา เรียน 1 ได้ถึง 2
       หนึ่งในสาระสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือ การยกระดับหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข (4ส) ซึ่งเป็นหลักสูตรสำคัญในการพัฒนาผู้นำระดับสูงจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีแนวคิด “เรียน 1 ได้ถึง 2” คือ เรียนหนึ่งหลักสูตร แต่สามารถต่อยอดสู่การได้รับวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท และขยายผลสู่ระดับปริญญาเอกในอนาคต
      ทั้งนี้ นักศึกษา 4ส รุ่นที่ 16 จะได้รับการคัดเลือกผ่านช่องทางพิเศษร่วมกันของทั้งสองสถาบัน และมีโอกาสเข้าศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษาในสาขาวิชาการบริหารเชิงกลยุทธ์และสันติศึกษา (Strategic Management and Peace Studies) โดยเน้นการทำวิทยานิพนธ์และการสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบายและสังคมได้จริง
เชื่อมองค์ความรู้–เครือข่ายผู้นำ สู่สังคมสมานฉันท์
         ความร่วมมือระหว่างสถาบันพระปกเกล้ากับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในครั้งนี้ ยังสะท้อนการผสานจุดแข็งของทั้งสองสถาบันอย่างชัดเจน กล่าวคือ ความเชี่ยวชาญด้านนโยบายสาธารณะ นิติบัญญัติ และการพัฒนาผู้นำของสถาบันพระปกเกล้า กับองค์ความรู้ด้านพระพุทธศาสนา พุทธสันติวิธี และสันติศึกษาของ มจร.
ผู้บริหารทั้งสองสถาบันเห็นพ้องกันว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนานักศึกษาและผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน ให้ได้รับองค์ความรู้เชิงบูรณาการ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการความขัดแย้ง การกำหนดนโยบาย และการสร้างสังคมสันติสุขได้อย่างเป็นรูปธรรม
วางรากฐานเครือข่ายวิชาการเพื่อสันติภาพในอนาคต

 

        ในช่วงท้ายของพิธี ทั้งสองสถาบันได้แสดงความเชื่อมั่นตรงกันว่า แผนปฏิบัติการความร่วมมือทางวิชาการภายใต้ MOU ฉบับนี้ จะนำไปสู่การดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ทั้งด้านการวิจัย การพัฒนาหลักสูตร การบริการวิชาการ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการทั้งในระดับชาติและนานาชาติ
ความร่วมมือครั้งนี้จึงมิได้เป็นเพียงการลงนามเชิงสัญลักษณ์ หากแต่เป็นการวางรากฐานสำคัญของการพัฒนา “ผู้นำเชิงสันติวิธี” และการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความสมานฉันท์ ประชาธิปไตยเชิงคุณธรรม และสันติสุขอย่างยั่งยืนในระยะยาว ผ่านพลังขององค์ความรู้ การศึกษา และการบูรณาการศาสตร์สมัยใหม่กับหลักพุทธธรรมอย่างลึกซึ้ง
ขอบคุณข่าวจาก
Facebook: Suthito Aphakaro
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.