มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

“ผอ.กองกิจการนิสิต ได้รับนิมนต์ร่วมประชุมและให้ข้อมูลการพัฒนาศักยภาพนิสิตสู่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงชุมชนสุขภาวะกับกลุ่มสามพราน”

1,215
วันนี้ (5ก.พ.64) เวลา 09.00 น.ที่ห้องประชุมโรสคอร์เนอร์โรงแรมสามพราน นครปฐม พระมหาประยูร โชติวโร ผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต มจร ได้รับนิมนต์ให้เข้าร่วมประชุมกับกลุ่มสามพราน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดทั้งหมอ นักวิชาการ นักธุรกิจ และกองทุน ส.ทั้งหลายโดยมีนพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน ซึ่งวันนี้มีประเด็นการพูดคุยถึงหัวข้อ เรื่อง บทบาทและกลไกสงฆ์กับการพัฒนาสังคมสุขภาวะ” 


การนี้ผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต มจร ได้รับนิมนต์ให้เป็นผู้นำเสนอประเด็น
หลักสูตรและการพัฒนาศักยภาพพระสงฆ์สู่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงชุมชนสุขภาวะ โดยท่านได้กล่าวถึงบทบาทของการบริการวิชาการแก่สังคมของ มจร ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย และยกตัวอย่างการบริการวิชาการแก่สังคมผ่านการปฏิบัติศาสนกิจของนิสิต ที่ผ่านมาพระเดชพระคุณพระเทพเวที,รศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต ได้ให้นโยบายยกระดับและเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์การปฏิบัติศาสนกิจของนิสิตใน 3 มิติ ได้แก่ (1) มิติการสร้างอุดมการณ์พุทธศาสนาเพื่อสังคม (2) มิติการฝึกปฏิบัติศาสนกิจภาคสนาม (3) มิติการพัฒนาเครือข่ายการพัฒนาสังคมสุขภาวะวิถีพุทธให้เกิดต้นแบบโดยการมีส่วนร่วมของพระนิสิตและองค์กรภาคีเครือข่าย

การส่งเสริมและพัฒนานิสิตปฏิบัติศาสนกิจมีเป้าหมายสำคัญ กล่าวคือ การส่งเสริมและพัฒนาให้พระนิสิตเป็นศาสนทายาท ผู้ทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาควบคู่ไปกับบทบาทการเป็นพระสงฆ์นักส่งเสริมสุขภาวะ ผู้ทำหน้าที่ในการยกระดับสุขภาวะให้กับชุมชน การปฏิบัติศาสนกิจในปัจจุบัน นิสิตดำเนินงานในรูปของโครงการปฏิบัติศาสนกิจเพื่อสนองงานกิจการคณะสงฆ์ 6 ด้าน และช่วยเหลือสังคมในชุมชนตามศักยภาพและความสามารถของนิสิตตามแผนปฏิบัติศาสนกิจบริการวิชาการแก่สังคมของส่วนงานและสอดคล้องกับแผนพัฒนานิสิต ระยะ 5 ปี และนโยบายของมหาวิทยาลัย การปฏิบัติศาสนกิจในปัจจุบันมุ่งเน้น 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

(1) สร้างสุขภาวะพระสงฆ์ ชุมชน และสังคมในพื้นที่โดยความร่วมมือขององค์กรภาคีเครือข่าย

(2) สร้างพื้นที่รูปธรรม พื้นที่ต้นแบบเชิงปฏิบัติการของพระนิสิตปฏิบัติศาสนกิจ ต้องทำให้ สัมพันธ์-ยึดโยง-เกี่ยวข้อง-มีสายใย เชื่อมโยงกับแผนปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา,ธรรมนูญสุขภาพสงฆ์แห่งชาติและนโยบาย มหาวิทยาลัย

อย่างไรก็ตาม ในแต่ละปีการศึกษา มจร มีนิสิตปฏิบัติศาสนกิจที่ออกไปทำงานสนองงานในกิจการคณะสงฆ์ทั้ง 6 ด้านและช่วยเหลือสังคมเป็นระยะเวลา 1 ปีก่อนรับปริญญา มีจำนวนไม่น้อยกว่า 1,800 รูป หรือ 1,800 โครงการฯ การที่มหาวิทยาลัยได้ปลูกอุดมการณ์อุดมธรรมพุทธศาสนาเพื่อสังคม สร้างพื้นที่รูปธรรมพื้นที่ต้นแบบเชิงปฏิบัติการสถานที่ฝึกปฏิบัติศาสนกิจภาคสนามของนิสิตปฏิบัติศาสนกิจ และการสร้างและพัฒนาเครือข่ายพื้นที่การทำงานเพื่อสร้างสังคมสุขภาวะวิถีพุทธให้เกิดต้นแบบโดยการมีส่วนร่วมของพระนิสิตและองค์กรภาคีเครือข่าย จึงเป็นจังหวะก้าวสำคัญที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานให้มีความสัมพันธ์-ยึดโยง-เกี่ยวข้อง-มีสายใย เชื่อมโยงกับแผนปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา, ธรรมนูญสุขภาพสงฆ์แห่งชาติและนโยบายมหาวิทยาลัย การได้รับโอกาสให้ร่วมประชุมกับกลุ่มสามพราน นอกจากจะได้นำเสนอหลักสูตรและการพัฒนาศักยภาพนิสิตสู่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงชุมชนสุขภาวะตามบทบาทของนิสิต มจร แล้ว สิ่งที่ได้มากกว่านั้น คือ ได้เรียนรู้มุมมองการทำงาน เบื้องหลังการเกิดนโยบายสำคัญหลายๆเรื่อง ได้เห็นคุณค่าของประสบการณ์ พลังภาคีเครือข่าย ความสำคัญของการตั้งเป้าหมายสาธารณะร่วมกัน …ขออนุโมทนาขอบคุณกับผู้จัดการประชุมที่เห็นการพระศาสนาเป็นเรื่องสำคัญและได้นิมนต์ให้มีโอกาสได้เรียนรู้งานสำคัญนี้ ท่านได้กล่าวในตอนท้าย